Share |
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ผิวขาวใส ไม่ยากอย่างที่คิด

ผิวขาวใส ไม่ยากอย่างที่คิด


 ผิวขาว

     การดูแลผิวขาวใสนั้น ต้องดูแลตั้งแต่วัยรุ่นนะจ๊ะ ว่าคือยิ่งเราดูแลผิวตัวเองเร็วแค่ไหน ยิ่งทำให้ผิวเราดูเด็กมากขึ้นนั้น ไร้ปัญหาริ้วรอยกว่าวันอันควร และยืดความเสื่อมของเซลล์ผิวได้มากขึ้นค่ะ 5 สิ่งที่ควรปฏิบัติ เพื่อช่วยให้ผิวขาวใส และผิวสวยดูสดใสไปนานๆค่ะ

     ครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านให้ติดเป็นนิสัยนะจ๊ะ เพราะแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต ทำให้ผิวเราเสื่อมได้มากถึง 80%เชียวนะ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวขาวใสของเราเกิดริ้วรอย และเหยี่ยวย่นค่ะ

     ท่านอน การนอนของคนเราอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 6-8 ชั่วโมงต่อวัน สำหรับคนที่ชอบนอนซุกหน้ากับหมอนจะทำให้ด้านที่ตะแคงเข้าหาหมอนเกิดริ้วรอย มากกว่าอีกด้านนึงค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรเปลี่ยนท่านอนมาเป็น ท่านอนหงายหรือเลือกใช้หมอนที่อ่อนนุ่ม และเลือกปลอกหมอนที่มีเนื้อผ้าลื่นๆ เช่น ผ้าซาติน เพื่อแก้ปัญหาตรงจุดนี้ และหน้าขาวใสของเราก็จะปราศจากริ้วรอยค่ะ

     อาหาร ผิวขาวใสมาจากอาหารที่ดี มีประโยชน์ ครบหมดหมู่นะจ๊ะ โดยเฉพาะวิตามินที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ได้แก่ วิตามินเอ ซี และอีค่ะ อย่างเช่น ผักสดและผลไม้สดค่ะ และเมื่อทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว อย่าลืมดื่นน้ำให้มากๆประมาณ 6-8แก้วต่อวันนะค่ะ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น สดใสให้แก่ผิวค่ะ

     พักผ่อน ต้องรู้จักการพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ เพราะผิวขาวใสของเรานั้นจะมีได้ ต้องเริ่มมาจากสุขภาพที่ดีนะจ๊ะ ถ้าเราสุขภาพดี แข็งแรง ผิวพรรณของเราก็จะสวย สดใสตามไปด้วยค่ะ

     ผ่อนคลาย ความเครียดเป็นบ่อเกิดของใบหน้าหมองคล้ำ ริ้วรอย สิว และอื่นๆนะจ๊ะ เพราะฉะนั้น เราควรหาวิธีผ่อนคลายความเครียดบาง อย่างเช่น การนั่งสมาธิ การฟังเพลง เดินเล่น เป็นต้น ก็ช่วยลดความเครียดได้ค่ะ


         ขอบคุณข้อมูลจาก lady.one


วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

คนปกติมีโอกาสแพ้เครื่องสำอางได้ไม่น้อยเลยนะค่ะ

คุณสาวๆ ทราบหรือไม่ค่ะว่า คนปกติมีโอกาสแพ้เครื่องสำอางได้ไม่น้อยเลยนะค่ะ บางรายงานพบว่ามีได้ถึงร้อยละ 10 เลยทีเดียว ที่มีผื่นจากเครื่องสำอางอาจเกิดจากเครื่องแต่งหน้า ครีมบำรุง ครีมกันแดด และยังรวมไปถึงสบู่ แชมพู ครีมนวดผม และยาสีฟันได้อีกด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่พวกเราใช้ในชีวิตประจำวัน ผื่นแพ้จากเครื่องสำอางจึงสามารถพบได้ในทุกเพศและทุกวัยค่ะ
ชนิดของผื่นจากเครื่องสำอาง
สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 
1. ผื่นที่เกิดจากการระคายเคือง (Irritant Contact Dermatitis) เกิดได้กับทุกคนที่สัมผัสสารที่ก่อการระคายเคืองต่อผิว เช่น กรด ด่าง หรือสบู่แรง ๆ อาการแพ้มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลา 1-2 วัน ทำให้ผิวหนังมีอาการแดง คัน และแสบร้อน
2. ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ (Allergic Contact Dermatitis) เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารที่ก่อภูมิแพ้และเกิดการอักเสบ ผิวหนังจะมีอาการคัน บวมแดง อาจมีตุ่มนูนหรือตุ่มน้ำเล็กๆ ได้ ผื่นแพ้ชนิดนี้จะเป็นเฉพาะบุคคลที่แพ้สารสัมผัสเหล่านี้เท่านั้น คนที่ไม่แพ้สารดังกล่าวก็จะไม่ปรากฏอาการ สำหรับสารที่พบว่าก่อให้เกิดอาการแพ้ได้บ่อย ได้แก่
- น้ำหอม (Fragrance) ซึ่งเป็นสารที่พบว่าแพ้ได้บ่อยที่สุด น้ำหอมเป็นสารที่สกัดจากดอกไม้ สารสกัดธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์ที่ทำให้มีกลิ่นหอม น้ำหอมจะไม่ได้หมายเพียงถึงน้ำหอมที่ฉีดเท่านั้น แต่เครื่องสำอางหลายๆ ชนิดก็จะผสมน้ำหอมเข้าไปด้วย เช่น ครีมบำรุง ครีมล้างหน้า หรือสบู่ ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายอาจจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่วนผสมของน้ำ หอม ซึ่งจะมีคำว่า Fragrance-Free หรือ Unscented เขียนกำกับไว้
- สารกันบูด (Preservative) เป็นสารที่ใส่เพื่อไม่ให้เครื่องสำอางเสื่อมสภาพ เป็นสารที่พบว่าแพ้ได้บ่อยเป็นอันดับที่ 2
- น้ำยาย้อมผม พบได้ในบุคคลที่ทำสีผมหรือย้อมผม
3. ผื่นสัมผัสอันเนื่องมาจากการแพ้สารเมื่อถูกแสง (Photoallergic Contact Dermatitis) อาการแพ้จะเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดดและเปลี่ยนเป็นสารก่อภูมิแพ้ เช่น ครีมกันแดด น้ำหอม
4. ผื่นลมพิษสัมผัส (Contact Urticaria) พบได้ค่อนข้างน้อย มีลักษณะเป็นผื่นลมพิษ โดยผิวหนังจะบวมเป็นรอยนูนแดง เกิดตรงบริเวณที่ผิวหนังสัมผัสกับสารก่อผื่น และอยู่นานประมาณ 30-60 นาที
5. สิวจากเครื่องสำอาง (Acne Cosmetica) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผมบางชนิดที่มีความมันและเหนอะมากสามารถทำให้เกิด สิวอุดตัน (comedone) และสิวอักเสบเป็นหนองได้ โดยที่สิวอักเสบหัวหนองมักจะเกิดขึ้นอย่างเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน ในขณะที่สิวอุดตันอาจเกิดขึ้นภายหลังการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเสร็จสิ้นไป แล้วนานหลายสัปดาห์ ที่น่าสังเกตคือสิวที่เกิดขึ้นมักจะอยู่ในระยะเดียวกันหมด และใช้เวลาในการรักษานาน
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีผื่นจากเครื่องสำอาง
1. หากคุณสงสัยว่าจะเป็นผื่นจากเครื่องสำอางชนิดผื่นแพ้สัมผัส, ผื่นระคายเคืองหรือผื่นสัมผัสเนื่องจากการแพ้สารร่วมกับแสง ควรปฏิบัติตัวดังนี้
- ถ้าสงสัยผลิตภัณฑ์ตัวไหนก็ให้หยุดชิ้นนั้น ๆ นะคะ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งทดลองใช้ใหม่เป็นครั้งแรก
- หากมีผิวหนังอักเสบหรือระคายเคืองอยู่ ให้งดใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แต่ให้ใช้น้ำเปล่าในการทำความสะอาดแทน
- ช่วงที่ผิวหนังอักเสบอยู่ควรหยุดใช้เครื่องสำอางทุกชนิด จะอนุโลมให้ใช้ได้เฉพาะลิปสติกในกรณีที่ริมฝีปากไม่มีผื่น
- เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา สามารถใช้ได้หากไม่มีผื่นบริเวณเปลือกตา
- คุณสามารทดสอบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยได้เอง ทางการแพทย์เรียกว่า วิธี ROAT (Repeat Open Application Test) หรือ Use Test โดยทดลองทาผลิตภัณฑ์นั้น ๆ บนท้องแขนให้เป็นวงขนาดเท่าเหรียญ 10 บาทวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าเกิดผื่นแดงคันขึ้นแสดงว่าแพ้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจริงค่ะ
- ในกรณีที่มีอาการมากควรไปพบแพทย์ผิวหนัง และอย่าลืมนำเครื่องสำอางที่คิดว่าแพ้ไปทดสอบด้วย แพทย์จะทำการทดสอบสารที่สงสัยว่าจะแพ้ โดยการปิดสารที่แพ้บนผิวหนังที่หลัง (patch test) และอ่านผลอีก 2 ครั้ง
- หากผื่นหายเป็นปกติแล้ว ซึ่งจะใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน สามารถเริ่มทดลองใช้เครื่องสำอางทีละ 1 ชนิด และใช้ชนิดเดียวไปก่อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากไม่มีผื่นเกิดขึ้น จึงเลือกใช้ชนิดที่ 2 และ 3 ตามมา
2. หากเป็นสิวจากเครื่องสำอาง (Acne cometica)
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่สงสัย รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความเหนียว เหนอะหนะ
- ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและรักษา สิวจากเครื่องสำอางจะต่างจากการแพ้ชนิดอื่น ๆ ที่ต้องใช้เวลาในการรักษาเป็นเดือน บางคนหลายเดือนเลยทีเดียวจึงจะหาย